25/10/2021

พญานาค ปลุกเสกโดยหลวงพ่อยศ วัดแดง อยุธยา:02726

พญานาค ปลุกเสกโดยหลวงพ่อยศ วัดแดง อยุธยา
พญานาค ปลุกเสกโดยหลวงพ่อยศ วัดแดง อยุธยา
พญานาค ปลุกเสกโดยหลวงพ่อยศ วัดแดง อยุธยา
พญานาค ปลุกเสกโดยหลวงพ่อยศ วัดแดง อยุธยา
พญานาค ปลุกเสกโดยหลวงพ่อยศ วัดแดง อยุธยา

รหัส : 02726

ราคา : 300.00

พญานาค เป็นสัตว์ที่มีตำนานเล่าขานมายาวนาน ตั้งในครั้งพุทธกาลและมีเรื่องราวกล่าวขานมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งตำนานพื้นบ้านของแต่ละพื้นที่ หรือแม้แต่ตำราทางพุทธศาสตร์ หรือคัมภีร์ทางพระเวทย์ลึกลับต่างๆ ก็มีการบันทึกเรื่องราวของพญานาคไว้ แท้จริงแล้วพญานาคมีจริงหรือไม่มีลักษณะจริงๆอย่างไร?

ในสามโลกธาตุนี้เป็นภูมิใหญ่อันประกอบด้วย
1.มนุษย์ภูมิ คือ ดินแดนของโลกมนุษย์
2.เทวดาภูมิ คือ ดินแดนของสวรรค์ อันมีสภาวะเป็นทิพย์ เป็นที่อยู่ของเทวดาผู้เสวยบุญที่ตัวเองเคยทำในครั้นเป็นมนุษย์
3.อบายภูมิ คือ ดินแดนของนรก เป็นสถานที่ๆ ลงโทษผู้ที่ทำบาปของผู้ที่ทำผิดศีล 5 ในครั้นเกิดเป็นมนุษย์

นอกจาก 3 ภูมิใหญ่แล้ว ยังมีภูมิน้อยใหญ่ ที่ซ้อนอยู่ในโลกมนุษย์บ้าง หรืออยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์และโลกมนุษย์อีกมากมาย เป็นที่อยู่ของดวงจิตของสัตว์ทั้งหลายที่จำแนกไปเกิดตามกำลังของกรรมคติ และวิบากกรรมต่างๆตามที่ตัวเองได้สร้างได้ทำได้เกี่ยวข้องมา

ภูมิของพญานาค ก็เช่นกันเป็นภูมิหนึ่งที่บางที่มีมิติซ้อนทับอยู่กับโลกมนุษย์ อาจจะมีมิติติดอยู่กับห้วยหนองคลองบึง แม่น้ำใหญ่ ทะเล หรือหากเป็นพญานาคชั้นสูงในระดับของเทวดา ก็จะมีมติอยู่ในเขตของสวรรค์เป็นต้น ซึ่งภพภูมิของพญานาคนั้นเป็นอีกมิติหนึ่ง ซึ่งผู้ที่มีทิพย์จักษุญานหรือผู้ที่ทรงอภิญญาเท่านั้นที่สามารถจะเห็นและรู้ได้ตามความเป็นจริง

ตำนานของพญานาคที่เกี่ยวกับพระโพธิ์สัตว์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมัยที่ยังบำเบ็ญบารมีขณะที่เป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ก็เคยลงมาเสวยพระชาติเป็นพญาคในชาติที่เกิดเป็นภูริทัตต์ในพระชาติที่ ๖ ในทศชาติชาดก ซึ่งในยุคนั้นโลกลี้ลับกับโลกมนุษย์เปิดเชื่อมโยงกัน เรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญศีลบารมี คือการารักษาศีล มีเรื่องเล่าว่า ภูริทัตตนาคราชไปจำศีลอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ยอมอดทนให้หมองูจับไปทรมานต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่สามารถจะทำลายหมองูได้ด้วยฤทธิ์ มีใจตั้งมั่นต่อศีลของตนยอมทรมานยอมตัวตายดีกว่าให้ศีลที่ตั้งใจรักษาไว้ขาด ในที่สุดก็ได้อิสรภาพ

นอกจากนั้นยังมีตำนานในครั้นพุทธกาล ในสมัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังดำรงพระชนชีพอยู่ ในครั้งที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวกจะเสด็จขึ้นสู่ดาวดึงส์เทวโลก สววรค์ชั้นดาวดึงค์ มีพญานาคผู้ทรงฤทธิ์ตนหนึ่งชื่อ นันโทปนันทนาคราช ได้แผ่พังพานกางกั้นไม่ให้พระพุทธองค์ขึ้นไป พระพุทธเจ้าทรงให้พระมหาโมคคัลลาน์อัครสาวกผู้มากด้วยฤทธิ์ไปปราบลงได้ และได้รับการลงโทษให้เป็นนาคธรรมบาล หรือนาคพิทักษณ์พระพุทธศาสนา ตามที่เห็นเป็นบันใดนาคตามวัดต่างๆ และยังเป็นที่มาของหนึ่งในบทสวดพาหุึงฯที่ขึ้นต้นด้วย ” นันโทป…”

นอกจากนั้นยังมีตำนานพระนาคปรกในสมัยพุทธกาลในครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ “มุจลินท์” ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกหนัก ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อมุจลินทร์ เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกคลุมพระวรกายของพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นชายหนุ่ม ยืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ พร้อมด้วยถวายอภิวาทด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้าและก็กลับไปยังที่ของตน

และยังมีตำนานในครั้งพุทธกาลอีกเช่นกัน ในคราวที่พระบรมศาสดาเสด็จไปสู่สำนักของอุรุเวลกัสสปผู้เป็นพี่ใหญ่ก่อน โดยได้ขออาศัยพักในสถานที่บูชาไฟซึ่งมีพญานาคอาศัยอยู่ เมื่อชฎิลได้ห้ามปรามไม่สำเร็จจึงอนุญาตให้ ในคืนนั้นพญานาคได้แสดงฤทธิ์พ่นเปลวเพลิงข่มขวัญแต่กลับพ่ายแพ้แก่พุทธบารมีซึ่งได้ใช้เตโชกสิณที่พระพุทธองค์บันดาลให้เกิดเปลวเพลิงลุกโชติช่วงยิ่งกว่า จนบังเกิดแสงสว่างไปทั่วทั้งสถานที่บูชาไฟ ครั้นรุ่งเช้านทีกัสสปและเหล่าศิษย์บริวารซึ่งเห็นแสงโชติช่วงเมื่อคืนมาดูยังสถานที่บูชาไฟ เห็นพญานาคสิ้นฤทธิ์ขดอยู่ในบาตรของพระบรมศาสดา จึงดำริว่าพระมหาสมณะองค์นี้มีฤทธิ์มาก แม้พญานาคผู้มีฤทธิ์ก็สามารถปราบลงได้

พญานาคหากบำเพ็ญบารมีมากแล้ว จะมีดวงแก้วคู่บารมีซึ่งอยู่ที่คอ จะบังเกิดด้วยบุญของตนสามารถเนรมิต อาหารทิพย์ ของทิพย์ต่าง ๆ ได้ พญานาคเมื่อปรากฎกายให้มนุษย์ทั่วไป เห็นอาจจะเป็นในลักษณะของงูขนาดใหญ่ จะแสดงกายทิพย์หรือกายที่แท้จริงให้ผู้ที่มีทิพย์จักษุญาน ผู้ทรงคุณธรรมวิเศษ หรือพระอริยเจ้าเท่านั้น คนธรรมดาที่ไม่รักษาศีลจะไม่สามารถเห็นพญานาคในกายทิพย์ของเขาได้เว้นแต่มีเหตุจำเป็นบางประการ

พญานาคมีอยู่ตั้งแต่สวรรค์ชั้น จตุมหาราชิกา จนถึงพื้นมนุษย์ แล้วก็มีอยู่ ทั่วโลก

หากเป็นพญานาคที่อยู่เขตสวรรค์ จะเป็นพญานาคชั้นเทวดา อยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกา มีเจ้าปกครองคือท้าววิรูปักษ์มหาราช ซึ่งท่านเป็นใหญ่ปกครองเหล่าพญานาคทั้งหลาย และยังดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งใน 4 ของเจ้าแห่งสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาอีกด้วย

พญานาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ
-ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคตระกูลสีทอง
-ตระกูลเอราปถ พญานาคตระกูลสีเขียว
-ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคตระกูลสีรุ้ง
-ตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคตระกูลสีดำ

พญานาคเกิดได้ทั้ง 4 แบบ คือ
แบบโอปปาติกะ เกิดแล้วโตทันที
แบบสังเสทชะ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม
แบบชลาพุชะ เกิดจากครรภ์
แบบอัณฑชะ เกิดจากฟองไข่

การบูชาพญานาค ในความเชื่อของสังคมไทยนั้นมีมาช้านาน จะเห็นได้จากตำนานและเรื่องเล่าต่างๆ แม้แต่ตามวัดวาอารามและสถานที่ที่เกี่ยวเนื่องกับทางพุทธศาสนาก็มีรูปปั้นพญานาคให้ได้เห็นกัน เนื่องจากพญานาคมีหลายประเภทและหลายภูมิความสามารถ อิทธิฤทธิ์และบุญบารมีจึงไม่เหมือนกัน การบูชาพญานาคในแต่ละประเภทจึงมีวิธีการบูชาที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่

การบูชาพญานาค หากเป็นพญานาคในภูมิที่ยังไม่สูงบารมียังไม่เต็มที่ ก็เหมือนเป็นการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างมนุษย์กับ พญานาคซึ่งจริงแล้วต่างก็ต้องทำเพ็ญเพียรบุญกุศลเหมือนกัน กล่าวคือหากบูชาพญานาคก็ควรทำบุญกุศลและอุทิศหรือแผ่ให้เขาเพื่อจะได้เพิ่มบุญบารมีให้เขาสูงยิ่งขึ้น หากเป็นพญานาคที่มีฤทธิ์มากอยู่แล้วก็ทำบุญเพื่อเสริมบารมีให้กับเขา อย่างนี้เป็นต้น

ส่วนการขอให้พญานาคช่วยเหลือในด้านต่างๆนั้นก็แล้วแต่ว่าพญานาคนั้นมีฤทธิ์มากเพียงใด หากเป็นพญานาคที่มีฤทธิ์มากหรือมีบารมีมาก ก็อาจจะทำให้สัมฤทธิ์ผลเร็ว ตามกำลังความสามารถของพญานาคสายนั้นๆ แต่อย่างไรก็ดีการบูชาพญานาคควรทำบุญอุทิศให้เขาเป็นประจำ จะช่วยสริมให้เขามีบุญมากขึ้นและมีบุญฤทธิ์เพิ่มขึ้น

(บทความพญานาคนี้เขียนโดย คุณอนุชา เว็บไซต์พระเครื่องออนไลน์สยามมงคล www.siammongkol.com ผู้ใดลอกไปเผยแพร่ ต้องแจ้งที่มาให้ชัดเจนว่าเอาไปจากเรา)

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

รูปหล่อพญานาค ลอยองค์ ขนาดฐานประมาณ 1 cm. สูง 3 cm. ได้รับการปลุกเสกอย่างเข้มขลังโดยหลวงพ่อยศ วัดแดง จ.อยุธยา ขนาดพอเหมาะสำหรับแขวนติดตัว หรือ บูชาไว้ประจำร้านค้า สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบูชาพญานาค ไม่ควรพลาด

Leave a Reply